เวียดนาม วางแผนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในสายการบิน เวียดนามเป็นร้อยละ ๓๔

    62

     เมื่อ ๒๒ ก.ย. ๖๑ รัฐบาลเวียดนาม วางแผนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในสาย การบินเวียดนาม จากร้อยละ ๓๐ ในปัจจุบัน เป็นร้อยละ ๓๔ เพื่อแสวงหาการลงทุนเพิ่มเติม และตอบสนอง ความต้องการด้านการขนส่งทางอากาศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ ภาคการท่องเที่ยว คาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเวียดนาม ๑๗ – ๑๘ ล้านคน และนักท่องเที่ยวภายใน เดินทางในประเทศ สูงถึง ๘๒ ล้านคน ภายในปี ๒๕๖๓ แต่ตัวเลขดังกล่าว อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หากภาคการบินพลเรือน ยังด้อยการพัฒนา อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการบินเวียดนาม ซึ่งมีสายการบินของตัวเอง ๓ สายการบิน (สายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ สายการบินเจ็ทสตาร์ แปซิฟิก และสายการบินเวียทเจ็ท) มีความเห็นแตกต่าง โดยสายการบินเวียทเจ็ท ต้องการให้รัฐบาลเพิ่มสัดส่วนสูงถึงร้อยละ ๔๙ โดยอ้างประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ใน อาเซียน เช่น ไทยและอินโดนีเซีย ยังเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติถึงร้อยละ ๔๙ ฟิลิปปินส์ร้อยละ ๔๐ นอกจากนี้ การเพิ่มสัดส่วน ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการขนส่งผ่านการใช้ระบบการจัดการสมัยใหม่ แต่ยัง พิสูจน์ว่า เวียดนาม ดำเนินนโยบายเปิดกว้าง โดยอนุญาตให้ชาวต่างชาติอัดฉีดเงินทุนในภาคการบิน เพราะ หากเวียดนามยังรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติในอัตราต่ำ จะส่งผลให้การดึงดูดเงินทุนต่างชาติเข้ามา ในภาคการการบินยากขึ้น และอาจทำให้นักลงทุนหันไปใช้วิธีการอื่นๆ เพิ่มการถือหุ้นในสายการบิน ยิ่งทำให้ การควบคุมการลงทุนของต่างชาติในสายการบินเวียดนาม ซับซ้อนมากขึ้น อย่างไรก็ดี สายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ และสายการบินเจ็ทสตาร์ แปซิฟิก ซึ่งต้องการให้รัฐบาลเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในสายการ บินเพียงร้อยละ ๓๕ เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติมีสิทธิยับยั้ง (Veto) ข้อมติสำคัญในการประชุมผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งยิ่ง จะทำให้การควบคุมกิจกรรมของสายการบิน เป็นไปได้ยาก(ที่มา : สขช.รายงานอ้างเว็บไซต์ นสพ.VietNamNet Bridge