ผลการหารือทวิภาคีระหว่าง ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน ในวันที่ ๒ (๒๓ พ.ย.๕๘) และผลการประชุมพหุภาคีของ ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน

 

                   การประชุม ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน (ACAMM) ครั้งที่ ๑๖ ดำเนินมาถึงวันที่ ๒ (๒๓ พ.ย.๕๘) โดยในห้วง ๐๙๐๐-๑๑๕๐ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. มีกำหนดต้อนรับและพบหารือกับ พล.อ.มูล์โยโน ผบ.ทบ.อินโดนีเซีย พล.อ.ตัน วรี ราจา โมฮัมเหม็ด อัฟฟันดี บิน ราจา โมฮัมเหม็ด นูร์ ผบ.ทบ.มาเลเซีย พล.อ.เมียะ โซะเพีย ผบ.ทบ.กัมพูชา และ พล.จ.คำเลียง อุทะไกสอน รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่า ผบ.ทบ.)

                  ทั้งนี้ ในระหว่างพบหารือกับ ผบ.ทบ.อินโดนีเซียนั้น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้กล่าวขอบคุณที่ พล.อ.มูล์โยโน ผบ.ทบ.อินโดนีเซีย เข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองไทย และขอให้ ทบ.อินโดนีเซีย สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน และเชิญกำลังพลของ ทบ.อินโดนีเซียมาเข้าร่วมการฝึกด้าน HA/DR ที่ไทยใน ส.ค.๕๙ ซึ่ง ทบ.อินโดนีเซีย ตอบรับจะส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝีกฯ ดังกล่าว นอกจากนี้ ผบ.ทบ. และ ผบ.ทบ.อินโดนีเซียเห็นพ้องที่จะร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันได้อย่างแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นและครบในทุกมิติ ทั้งในด้านการฝึกหน่วยรบพิเศษ รหัส Tiger การศึกษา การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้บังคับบัญชาทางทหารระดับสูงและการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา อนึ่ง ผบ.ทบ.อินโดนีเซีย เห็นว่า การจัดการประชุม ACAMM และ AARM เป็นกลไกสำคัญของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

                 สำหรับการหารือกับ พล.อ.ตัน วรี ราจา โมฮัมเหม็ด อัฟฟันดี บิน ราจา โมฮัมเหม็ด นูร์     ผบ.ทบ.มาเลเซียนั้น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้กล่าวขอบคุณที่ ผบ.ทบ.มาเลเซีย เข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองไทย และขอให้ ทบ.มาเลเซีย สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน และเชิญกำลังพลของ ทบ.มาเลเซีย มาเข้าร่วมการฝึกด้าน HA/DR ที่ไทยใน ส.ค.๕๙        ซึ่ง ทบ.มาเลเซีย ตอบรับเข้าร่วมการฝีกฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทบ. กับ ทบ.มาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด โดย ทบ.มาเลเซีย ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน จชต. การจัดชุดลาดตระเวนร่วมในพื้นที่เพ็งเล็งตามแนวชายแดน และการจัดทำโครงการพัฒนาตามแนวชายแดน ทั้งในโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน และโครงการป่าอาเซียน รวมทั้งความร่วมมือในด้านการเอาชนะภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

              การหารือกับ พล.อ.เมียะ โซะเพีย ผบ.ทบ.กัมพูชา นั้น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.และ ผบ.ทบ.กัมพูชา เห็นพ้องร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยการเจรจาโดยสันติวิธี และในอนาคตจะร่วมกันพัฒนางานด้านการข่าวกรองเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย นอกจากนี้ ได้หารือร่วมกันในประเด็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน โดยทั้งสองกองทัพเห็นพ้องร่วมกันที่จะให้การสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ของรัฐบาล รวมทั้งยึดมั่นที่จะร่วมกันสานต่อโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน และโครงการป่าอาเซียนต่อไป โดยในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่โครงการออกไปให้ครอบคลุมตลอดแนวชายแดน ทั้งนี้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้ใช้โอกาสนี้ขอบคุณในความร่วมมือของ ทบ.กัมพูชา ในเรื่องการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ ขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดและตัดไม้ทำลายป่า ซึ่ง ทบ.กัมพูชา ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการเอาชนะขบวนการผิดกฎหมายเหล่านี้ต่อไป รวมทั้งยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการเอาชนะภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรสนับสนุนการแลกเปลี่ยนที่นั่งศึกษาระหว่างกำลังพลทั้งสองกองทัพ อนึ่ง ผบ.ทบ.กัมพูชาได้ขอบคุณ ทบ.ที่ดูแลนักกีฬายิงปืนของ ทบ.กัมพูชา เป็นอย่างดี

              สำหรับการหารือกับ พล.จ.คำเลียง อุทะไกสอน รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่า ผบ.ทบ.) นั้น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ได้กล่าวขอบคุณที่ รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาวเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองไทย และขอให้ กองทัพประชาชนลาวสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน และเชิญกำลังพลของกองทัพประชาชนลาว มาเข้าร่วมการฝึกด้าน HA/DR ที่ไทยใน ส.ค.๕๙ ซึ่งกองทัพประชาชนลาว ตอบรับจะส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกฯ ทั้งนี้ ปัจจุบันความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ และระหว่างกองทัพ มีการพัฒนาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ทั้งสองกองทัพมีความร่วมมือในด้านการลาดตระเวนร่วมทางน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งในอนาคตขอเสนอให้มีการลาดตระเวนร่วมทางบกในอนาคต เพื่อปราบปราม และป้องกัน การกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ไทย-สปป.ลาว นอกจากนี้ ผบ.ทบ.และ รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว เห็นพ้องร่วมกันที่จะสานต่อโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน และโครงการป่าอาเซียนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกองทัพให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต ทบ. ยินดีสนับสนุนที่นั่งศึกษาในหลักสูตรทางทหาร อาทิ ที่นั่งศึกษาในหลักสูตรหลักประจำ รร.สธ.ทบ. ให้กับกำลังพลของกองทัพประชาชนลาว ซึ่งรองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว ขอขอบคุณทบ. ที่ให้การสนับสนุนด้านที่นั่งศึกษาในหลักสูตรหลักประจำ รร.สธ.ทบ.และ วปอ.

            ทั้งนี้ การหารือทวิภาคีในช่วงเช้าของ ๒๓ พ.ย.๕๘ นอกจากจะเป็นการหารือระหว่าง ทบ. กับ ทบ.อินโดนีเซีย ทบ.มาเลเซีย ทบ.กัมพูชา และ กองทัพประชาชนลาว แล้ว ในห้วงเวลาเดียวกันยังมีการหารือทวิภาคีระหว่าง ทบ.เมียนมา กับ ทบ.อินโดนีเซีย ทบ.กัมพูชา กองทัพประชาชนเวียดนาม ทบ.สิงคโปร์ และ ทบ.ฟิลิปปินส์ รวมทั้งการหารือระหว่าง กองทัพประชาชนลาว กับ ทบ.เมียนมา ทบ.กัมพูชา และกองทัพประชาชนเวียดนาม ซึ่งการหารือผ่านพ้นไปด้วยดี เต็มไปด้วยมิตรภาพและความประทับใจ

           ในห้วงเวลา ๑๓๓๐-๑๗๐๐ เป็นการประชุมพหุภาคีและการแสดงวิสัยทัศน์ของ ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน ในหัวข้อ “ความพร้อมของ ทบ. กลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในอีก ๕ ปีข้างหน้า” (The Readiness of ASEAN Armies in response to the challenges in the next 5 years) ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการประชุม ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน (ACAMM) ครั้งที่ ๑๖ โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้กรุณาเป็นประธานในการประชุม และได้รับเกียรติจาก พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย มาเป็นผู้บรรยายเกียรติยศ ทั้งนี้ ในระหว่างการแสดงวิสัยทัศน์ ผบ.ทบ.ได้กล่าวถึงความท้าทาย ทั้งที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ โดยภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์นั้น มีรูปแบบหลากหลาย และมีการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งได้ส่งผลต่อความมั่นคง เสถียรภาพ และการพัฒนาของประชาคมอาเซียนในภาพรวม ทั้งนี้ การประชุมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การจัดการฝึกร่วม/ผสม การเพิ่มขีดความสามารถให้กับกำลังพลและยุทโธปกรณ์ การจัดเตรียมทรัพยากร และงบประมาณที่เหมาะสม รวมทั้งแสวงหาโอกาสในการขยายขอบเขตและเพิ่มเติมกรอบความร่วมมือทางทหารภายในอาเซียน มีความจำเป็น เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการตอบสนองต่อความท้าทายที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ผบ.ทบ. ได้กล่าวถึงความคืบหน้าสำคัญในการจัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน ภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนและประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus) ที่ ทบ. ในฐานะเป็นหน่วยปฏิบัติหลัก

            ด้านที่ประชุม ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน เห็นพ้องต้องกันว่า ความท้าทายที่สำคัญของกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ในอีก ๕ ปี ข้างหน้า ได้แก่ การเอาชนะภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ใช่สงคราม อาทิ การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) การต่อต้านการก่อการร้ายและโรคระบาด รวมถึงการทำให้ประชาชนในประเทศของตนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ การที่จะเอาชนะความท้าทายดังกล่าวได้นั้น กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ต้องเร่งเสริมสร้างความพร้อมภายในกองทัพของตน ในขณะเดียวกันกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียนต้องประสานงานและขยายความร่วมมือ ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การฝึกร่วม การแบ่งปันความเชี่ยวชาญระหว่างกองทัพ การพัฒนายุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัย และการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในแต่ละกองทัพให้มีความพร้อม สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในหลากหลายมิติ นอกจากนี้ การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ถือเป็นกลไกอันสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง ในการเตรียมพร้อมของกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียนในการเอาชนะความท้าทายของภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียนจะพัฒนาจนถึงระดับความพร้อมที่ต้องการได้นั้น กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียนต้องการ เวลา การฝึก และทรัพยากร อยู่พอสมควร

              การประชุม ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน (ACAMM) ครั้งที่ ๑๖ สิ้นสุดลงด้วยการส่งมอบความเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ผบ.ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน (ACAMM) ครั้งที่ ๑๗ ในปลายปี ๒๕๕๙ ให้กับ ทบ.ฟิลิปปินส์


The result of bilateral meeting on second day forum and the multilateral meeting platform of 16th ACAMM

             The 16th ACAMM has continued to the second day. In the morning period (0900-1150)    Gen. Teerachai Nakwanich, Commander-in-Chief of RTA will have the bilateral meeting respectively with 1) Chief of Staff, Indonesian Army 2) Commander-in-Chief, Royal Malaysian Army 3) Deputy Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Armed Forces / Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Army and 4) Deputy Chief of General Staff, Lao People’s Army.

Indonesia

Therefore, during the bilateral meeting between Gen. Teerachai Nakwanich, Commander-in-Chief of RTA and Gen. Mulyono, Chief of Staff, Indonesian Army, RTA Commander-in-Chief has expressed in an appreciation to Indonesian Army commander. He said Indonesian counterpart understood the political situation in Thailand. RTA would like to have support from Indonesian Army on the establishment of ACMM and in this occasion, RTA has sent an official invitation to Indonesian Army to participate in the joint military training on HA/DR that is scheduled to take place in Thailand around August 2016. In regard to this, Indonesian Army has accepted the invitation. Therefore, RTA commander and Indonesian counterpart have reached a consensus on building a mutual cooperation among armed forces that could be conducted through special force training under the code “Tiger”, education and the exchange of visits by high-level military leaders as well as expertise exchange. Lastly, RTA commander and Indonesian counterpart have agreed that ACAMM and AARM are the significant mechanism in tightening military cooperation

Malaysia

In the bilateral meeting between RTA Commander-in-Chief Teerachai Nakwanich and Gen. Tan Sri Raja Mohamed Affandi Bin Raja Mohamed Noor, RTA commander-in-Chief has expressed an appreciation to Malaysian Army commander for understanding about current political situation in Thailand and also asked for Malaysian Army’s support on the establishment of ACMM as well as inviting Malaysian counterpart to participate in the joint military training on HA/DR. The joint training is scheduled to take place in Thailand around August 2016. In this occasion, Malaysian army has accepted the invitation to participate in the training. Therefore, Thai-Malaysian Army relations has been built upon mutual trust and understanding. In regards to that, Malaysian army always has a decent respond in coping with the problem in Thailand’s three southernmost provinces, and also gives well cooperation in deploying joint patrol in the specific areas along the border, promoting the border area development programs which include border villages and ASEAN forest. Malaysia also cooperates in encounter non-traditional threats and security challenges.

Cambodia

In the bilateral meeting between RTA Commander-in-Chief Teerachai Nakwanich and Gen. Meas Sophea,Senior, Commander-in-Chief of the Royal Cambodian Army, both sides have reached the consensus on easing tensions and solving problems through negotiation mechanism and expressed the willing to develop the intelligent expertise to counter terrorism. Moreover, both sides have also discussed about the well-being of the peoples along the border. The two leaders also encourage to establish the special economic zone along the Thai-Cambodia border, including, township Border and ASEAN forest project. Moreover General Teerachai Nakwanich expresses an appreciation with Gen. Meas Sophea in cooperation in dealing with human trafficking, drug trafficking and deforestation. In this regards, Cambodian Army Chief reiterated to further cooperation with Thailand in suppression of an illegal network as well as non-traditional threat that challenges the regional security. Lastly, both sides agreed to support the education exchange program between two armies. In this occasion, Cambodian Army commander has expressed an appreciation to RTA that RTA gave warm welcome to Cambodian shooting team.

Laos

In the bilateral meeting between RTA Commander-in-Chief Teerachai Nakwanich and Brigadier Gen. Khamlieng Outhakaisone, Deputy chief of general staff Lao people’s army, RTA Commander-in-Chief has expressed in an appreciation that Laos army commander understood the current political situation in Thailand and and also asked for Laos’ support on the establishment of ACMM. In this occasion, RTA commander has given an official invitation to Laos army for participating in the joint military training on HA/DR which is scheduled to run in Thailand around August 2016 and Laos Army has accepted the invitation. Both sides greatly appreciate with the continuously improving of the relationships in country level and army level. Previously, Thai-Laos Army forces have agreed to deploy the maritime patrol in Meaklong River and will further discuss on the possibility to deploy land patrol in order to suppress and prevent the illegal activities on the border areas. Therefore, two top army leaders agree to continue to promote the border villages and ASEAN forest projects. In order to bolster the enhancement of the relationships between two countries, RTA is pleased to support and exchange the experiences and knowledge from Royal Initiative Projects with Lao people’s army as well as education exchange. Lastly, Laos army has expressed an appreciation on education exchange program among armed forces.

              Furthermore, the bilateral meeting in the morning of Nov 23rd is not only organized for RTA Commander-in-Chief to meet in person with top military leaders from Indonesia, Malaysia, Cambodia and Laos but also give other ASEAN military leaders opportunity to have the bilateral discussion as well. So that in the same period of time, there will be the bilateral discussion between Commander-in-Chief of Myanmar Army and other five top military leaders which are 1) Chief of Staff, Indonesian Army 2) Deputy Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Armed Forces / Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Army 3) Deputy Chief of the General Staff, Vietnam People’s Army 4) Chief of Army Singapore Armed Forces and 5) Commanding General Philippines Army. And another bilateral discussion hosted by Deputy Chief of General Staff, Lao People’s Army to meet in person with 1) Deputy Commander-in-Chief of Defence Services, Commander-in-Chief, Myanmar Army 2) Deputy Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Armed Forces / Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Army and 3) Deputy Chief of the General Staff, Vietnam People’s Army. However, the atmosphere of the bilateral meeting in the morning period has emphasized the fellowships, the impression of one another and eventually ended with great success of mutual understanding.

           Therefore, the afternoon session will be occupied by the multilateral meeting and following by the exchange of views of ASEAN Army Chiefs. The meeting will start from 01:30 pm. to 05:00 pm. and the main focus topic will be expressed and discussed by ASEAN Army leaders under the theme of “The Readiness of ASEAN Armies in response to the challenges in the next 5 years”. The multilateral meeting will be the highlight of 16th ACAMM and in this special occasion, the honorable Gen. Teerachai Nakwanich, Commander-in-Chief of RTA will preside over the 16th ACAMM. And Gen. Surapong Suwana-adth Chief of Joint-Staff will be the keynote speaker with the topic of “ASEAN Security Cooperation: Royal Thai Armed Forces Perspective”. After all, RTA Commander-in-Chief has expressed his perspectives and mentioned about the challenges that can be described into Natural Disasters and Human Threats. In terms of Human Treats, it results in complex forms of non-traditional threats, connected on various dimensions, possessing more transnational characteristics, and utilizing the advancement of technology. He added that these challenges will affect the stability and development of the ASEAN community after all. In this regard, it’s essential to set up the forums to share experience, joint or combined trainings, modernize the army in the aspect of increasing the capabilities of army personnel, weaponry and equipment, as well as preparing the suitable allocation of resources and budget. And including, searching for the opportunity to expand and enhancing the framework of military cooperation among ASEAN nations in order to demonstrate the readiness and preparedness of ASEAN Armies in response to upcoming challenges. After all, RTA Commander-in-Chief also mentioned about the process of establishing the ASEAN Centre of Military Medicine (ACMM) under the framework of ADMM-Plus as RTA plays the main operating agency in this operation.

            Members of the meeting have exchanged views on various issues and agreed that the significant challenges of ASEAN Armies in the next 5 years are to overcome numerous forms of non-traditional threats by promoting practical cooperation and interoperability on humanitarian assistance and disaster relief (HA/DR), counter terrorism and epidemic, including life and property insurance of its own people. In order to conquer those challenges, ASEAN Armies needs to recognize the importance of enhancing the readiness and modernizing their army. In the meantime, ASEAN Armies need to coordinate and expand cooperation through information exchange, joint military exercises, expertise sharing and increasing the capabilities of each army personnel for multiple tasks as well as leveraging on ASEAN Armies’ strengths to deepen relationships and continue to engage each other through various bilateral and multilateral platforms. After all, with the challenge of preparedness ,reaching readiness at the desired readiness level requires time, training and resources

Hand over Ceremony of ACAMM Chairmanship to Philippines

             The hand over ceremony of ACAMM Chairmanship from Thailand to Philippines took place after the 16th ACAMM meeting. However, Philippines will become the ACAMM chair for 17th ACAMM in 2016. Later on, there will be an official dinner hosted by RTA Commander-in-Chief and spouse at 07:30 pm.