26

เมื่อ ๗ มี.ค. ๖๒ เมียนมา ปล่อยตัวนาย อาเธอร์ เดสโกลซ์ ชาวฝรั่งเศส อายุ ๒๗ ปี หลังรับโทษจ าคุกเป็นเวลา ๑ เดือน ตามค าพิพากษา ฐานความผิดบังคับอากาศยานไร้นักบิน บินเข้าใกล้อาคาร รัฐสภาในกรุงเนปิดอว์ โดยนาย เดสโกลซ์ ถูกจับกุมเมื่อ ๗ ก.พ. ๖๒ และศาลได้มีค าตัดสินความผิดเมื่อ ๒๗ ก.พ. ๖๒ ภายใต้กฎหมายน าเข้าและส่งออกซึ่งห้ามการใช้สินค้าต้องห้ามที่น าเข้าจากต่างประเทศโดยไม่มี ใบอนุญาต ขณะที่ นาย เดสโกลซ์ อ้างว่า ไม่รู้มาก่อนว่า เมียนมา มีกฎห้ามบังคับอากาศยานไร้นักบิน ใกล้สถานที่ราชการและศาสนสถาน อย่างไรก็ตาม หลังได้รับการปล่อยตัว นาย เดสโกลซ์ ถูกตั้งข้อหาใหม่ทันที ตามกฎหมายคนเข้าเมืองและอากาศยาน ซึ่งข้อหาแรก มีโทษสูงสุดจ าคุก ๓ ปี แต่ผู้พิพากษาเลือกที่จะสั่งปรับ ทั้ง ๒ ข้อหา เป็นเงินรวม ๑๕๐,๐๐๐ จ๊าต แทนโทษจ าคุก โดยระบุว่า จ าเลยเป็นชาวต่างชาติไม่คุ้นเคยกับ กฎหมายเมียนมา และได้รับโทษไปแล้วจากคดีกฎหมายน าเข้าและส่งออก หลังจากนั้น นาย เดสโกลส์ ได้ถูกส่ง ตัวไปยัง ตม. เพื่อรอการเนรเทศออกนอกประเทศ (ที่มา : ส านักข่าวกรมประชาสัมพันธ์)

38

เมื่อ ๑๑ ก.พ. ๖๒ สอท.ฝรั่งเศส/ย่างกุ้ง และตำรวจเมียนมา แถลงยืนยันว่า นาย อาเธอร์ เดคลอซ์ อายุ ๒๗ ปี นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส ถูกควบคุมตัวในข้อหาบินอากาศยานไร้นักบิน (โดรน) เหนืออาคาร รัฐสภา ในกรุงเนปิดอว์ เมื่อ ๗ ก.พ. ๖๒ โดยการกระทำดังกล่าว ถือว่า ผิดกฎหมายเมียนมา และอาจต้องจำคุก สูงสุด ๓ ปี ด้าน สอท.ฝรั่งเศส/ย่างกุ้ง แถลงยืนยันกรณีดังกล่าว และได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ครอบครัวของ นาย อาเธอร์ เดคลอซ์ ทราบแล้ว ขณะนี้ สอท.ฝรั่งเศส/ย่างกุ้ง ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า นาย อาเธอร์ เดคลอซ์  ใช้โดรนบินเหนืออาคารสภาเมียนมาเพราะเหตุใด (ที่มา : สนข.ไทย)

75

เมื่อ ๑๙ เม.ย. ๖๐  สนข.มิซซิมา ว่า นาย Wai Yan Heinn (อายุ ๒๗ ปี/๒๕๖๐) ผู้ก่อตั้งนิตยสารรายสัปดาห์ Iron Rose ถูกแทง ๑๕ แผล บริเวณหน้าอกและท้อง จนเสียชีวิตภายในสำนักงาน ตั้งแต่ ๑๖ เม.ย. ๖๐ ในชั้นนี้ อยู่ระหว่างการชันสูตรศพ และสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิด ทั้งนี้ Iron Rose เป็นนิตยสารการเมือง มีเนื้อหาวิจารณ์อดีตรัฐบาลทหารเมียนมา นักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา ตลอดจน เคยวิจารณ์นางอองซาน ซูจี ว่า เป็น drone president อยู่เบื้องหลังการสั่งการและควบคุมรัฐบาลปัจจุบัน

77

 เมื่อ ๗ เม.ย. ๖๐  สนข.อิระวดี เกี่ยวกับการเลือกคณะกรรมการกลาง (Central Standing Committee – CSC) ของสภาแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNU) ในที่ประชุมสภาคองเกรส ครั้งที่ ๑๖ ณ ฐานบัญชาการ จ.ผาอัน รัฐกะเหรี่ยง (ด้านตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) ว่า CSC มี ๕๕ คน มาจากการเลือกตั้ง ๔๑ คน และเป็นโดยตำแหน่ง (ผบ.กองกำลังย่อย ในแต่และเขตพื้นที่ของ KNU) ๑๔ คน ผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่า พล.อ.มูตูเซโพ ประธาน KNU คนปัจจุบัน และปะโด้ซอกวยทูวิน เลขาธิการ KNU ได้รับเลือกเป็น CSC ขณะที่ นางหน่อซิโพร่าเส่ง รองประธาน KNU ไม่ได้รับเลือกเป็น CSC ทำให้หมดสิทธิที่จะได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการบริหารกลาง (Central Executive Committee – CEC) ด้วย ลำดับต่อไป KNU จะเลือกบุคคลใน CSC จำนวน ๑๑ คน ขึ้นทำหน้าที่เป็น CEC ที่สำคัญ คือ ตำแหน่งระดับสูง ๕ ตำแหน่ง ได้แก่ ประธาน รองประธาน เลขาธิการ และเลขาธิการร่วมอีก ๒ ตำแหน่ง คาดว่า จะมีการเลือกตั้ง CEC และประกาศผล ใน ๘ เม.ย. ๖๐

74

เมื่อ ๑๗ พ.ย. ๕๙ สนข.ไทย รายงานว่า นายเกร็ก คอนสแตนติน ช่างภาพสารคดีชาวอเมริกัน ถูกทางการเมียนมาขึ้นบัญชีดำ จากสาเหตุที่คาดว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดแสดงนิทรรศการผลงานภาพถ่าย เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของชาวโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ ซึ่งจะถูกนำไปจัดแสดงในงานนิทรรศการภาพถ่ายของนายคอนสแตนติน ที่มีกำหนดจัดขึ้นเมื่อ ๑๖ พ.ย. ๕๙ แต่ต้องถูกเลื่อนออกไป ทั้งนี้งานนิทรรศการภาพถ่าย “บุคคลไร้ทีอยู่ (Nowhere people)” โดยนายเกร็ก คอนสแตนติน เป็นงานแสดงภาพถ่ายสารคดีสะท้อนชีวิตของคนไร้รัฐใน ๑๘ ประเทศทั่วโลก โดยมีภาพถ่ายชาวโรฮีนจา ที่อาศัยอยู่ในค่ายอย่างยากจนข้นแค้น และถูกตัดขาดจากการบริการพื้นฐานทั้งปวง เป็นส่วนหนึ่งของงาน ความเกลียดชังชาวโรฮีนจาในเมียนมา ปะทุขึ้นอีกครั้ง นับตั้งแต่ รัฐบาลกล่าวหากลุ่มติดอาวุธชาวโรฮีนจาก่อเหตุโจมตีจุดตรวจชายแดน ส่งผลให้มี จนท.ตำรวจเสียชีวิตเมื่อ ต.ค. ๕๙ ประชาชนชาวเมียนมาจำนวนมากต่อว่า ชาวโรฮีนจา และต่อต้านการให้ความเป็นพลเมืองกับ
ชาวโรฮีนจา

104

เมื่อ ๑๐ ต.ค. ๕๙ สนข.ไทย รายงานว่า กลุ่มชาติพันธุ์คะฉิ่นและแนวร่วมจากชนเผ่าชาวเมียนมา ที่ทำงานและอาศัยในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จำนวน ๕๐ คน นำโดย นายหน่อคำ และนายหน่อหล่น ชาวคะฉิ่น พร้อมนายแสงเมือง มังกร ชาวไทยใหญ่ รวมตัวกันที่หน้าสถานกงสุลใหญ่เมียนมาประจำเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือต่อสถานกงสุลเมียนมา เรียกร้องให้กองกำลังทหารเมียนมายุติการโจมตีในเขตพื้นที่รัฐคะฉิ่น และรัฐอื่นๆ โดยแกนนำได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง รวม ๖ ข้อ คือ ขอให้กองทัพเมียนมายุติสงครามในเขตรัฐคะฉิ่น ในเขตรัฐฉานตอนเหนือ ที่หมู่บ้านพู่หวาง กองกำลังทหารเมียนมาเข้าโจมตี ทำให้เด็กอายุ ๒ ขวบ เสียชีวิต และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน ๒ คน ขอให้กองกำลังทหารเมียนมารับผิดชอบต่อกรณีเด็กที่เสียชีวิตจากสงครามในครั้งนี้ ชาวคะฉิ่นขอเรียกร้องให้นางอองซาน ซูจี แกนนำรัฐบาลเมียนมาซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สั่งให้กองทัพเมียนมายุติการโจมตีต่อกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆ ขอให้รัฐบาลเมียนมาอนุญาต อำนวยความสะดวกต่อองค์กรหน่วยงาน ที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้อพยพภัยสงครามในเขตรัฐคะฉิ่น และขอให้รัฐบาลเมียนมาให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ต่อผู้อพยพภัยสงครามที่จะกลับสู่มาตุภูมิด้วยความปลอดภัย ขณะที่ นายหน่อคำ ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ เปิดเผยว่า กองทัพเมียนมาลำเลียงอาวุธหนัก พร้อมเครื่องบิน เข้าโจมตีในเขตรัฐคะฉิ่น มาอย่างต่อเนื่อง ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา และทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่า จะมีการประชุมครบรอบศตวรรษ ๒๑ ของสัญญาปางโหลง เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งชาวคะฉิ่นมีความหวังว่า สงครามจะยุติ แต่กลับทวีความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวคะฉิ่นมากขึ้น

88

เมื่อ ๗ ต.ค. ๕๙ สนข.ซินหัว รายงานอ้างถ้อยแถลงของ พล.อ.อ่องโซ รมช.มท.เมียนมา ว่า เมียนมาเตรียมพร้อมยกระดับมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย โดย ๑) จัดตั้งศูนย์รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่กรุงเนปิดอว์ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย และสามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั่วประเทศ ๒) ประจำการ จนท.หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายในเมืองสำคัญ เช่น กรุงเนปิดอว์ นครย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ ๓) เพิ่มการ รปภ.บุคคลสำคัญของประเทศ ๔) แลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจสากล (INTERPOL) ตำรวจอาเซียน (ASEANAPOL) ประเทศเพื่อนบ้าน และองค์กรพันธมิตรอื่นๆ ๕) ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย และ ๖) ปิดกั้นช่องทางการเงินของเครือข่ายก่อการร้าย อย่างไรก็ดี จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบว่า กลุ่มก่อการร้ายเข้ามาปฏิบัติการโจมตีในเมียนมา แต่ที่ผ่านมา เคยมีรายงานว่า เมียนมาเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของกลุ่มอัลกออิดะห์ในอนุทวีปอินเดีย (AQIS) และล่าสุด เมื่อ ส.ค. ๕๙ เครือข่ายกลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State-IS) ในมาเลเซีย ขู่จะโจมตีนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ/รมว.กต.เมียนมา

98

เมื่อ ๘ ต.ค. ๕๙ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกคำสั่งบริหาร ที่ระบุว่า เมียนมาเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยได้ยืนกรณีดังกล่าวต่อฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ท่าทีดังกล่าว ทำให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และการค้า รวมทั้งบุคคลบางคน ต่อเมียนมา อย่างไรก็ดี คำสั่งผู้บริหารดังกล่าว ไม่ได้รวมถึงการยกเลิกการคว่ำบาตรบุคคลที่อยู่ภายใต้คำสั่งอื่นๆ ซึ่งยังทำให้ ยังมีบุคคลชั้นนำของเมียนมา ที่เชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด และละเมิดสิทธิมนุษยชน ยังถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรอยู่

126

เมื่อ ๙ ต.ค.๕๙ สนข.ไทย รายงานว่า จนท.รัฐยะไข่ เปิดเผยว่า กลุ่มไม่ทราบฝ่าย บุกด่านตรวจ ๓ จุด ใกล้ จ.หม่องตอ ด้านที่ติดกับบังกลาเทศ เมื่อเวลา ๐๑๓๐ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ตำรวจเสียชีวิต ๒ นาย บาดเจ็บ ๒ นาย และสูญหาย ๖ นาย ด้านตำรวจในกรุงเนปิดอว์ ยืนยันว่า เกิดเหตุดังกล่าวจริง แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ขณะที่ ตำรวจอีกนายหนึ่ง เปิดเผยว่า อาจมีตำรวจเสียชีวิตมากถึง ๘ นาย ส่วนคนร้ายน่าจะเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ จนท.ยังยึดได้อาวุธของกลุ่มคนร้ายด้วย ทั้งนี้ รัฐยะไข่เคยเกิดเหตุรุนแรงระหว่างชุมชนพุทธกับมุสลิม เมื่อปี ๒๕๕๕ ชาวมุสลิมโรฮีนจาจำนวนมาก หนีภัยไปอาศัยในค่ายชั่วคราว และถูกจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างเคร่งครัด จนถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนเปรียบเทียบว่า เหมือนกับนโยบายแบ่งแยกสีผิวที่เคยเกิดขึ้นในแอฟริกาใต้ บางฝ่ายเกรงว่า สถานการณ์ที่เลวร้าย อาจบีบให้ชาวโรฮีนจาหันไปใช้วิธีรุนแรงเพื่อความอยู่รอด ทางการบังกลาเทศกล่าวหาชาวโรฮีนจา ว่า บุกด่านตรวจที่ค่ายชาวโรฮีนจาทางตอนใต้ของประเทศ ตรงข้ามกับ จ.หม่องตอ เมื่อ พ.ค. ๕๙ ยิงผู้ดูแลค่ายเสียชีวิต และขโมยอาวุธไปจำนวนหนึ่ง รวมทั้งกล่าวหาว่า ชาวโรฮีนจาพัวพันกับการค้ามนุษย์ด้วย

108
(140911) -- NAY PYI TAW, Sept. 11, 2014 (Xinhua) -- Photo taken on Sept. 11, 2014 shows a scene of the 11th parliament sessions of the Union Parliament in Nay Pyi Taw, Myanmar, on Sept. 11, 2014. Myanmar's parliament is due to resume its sessions of the House of Representatives and the House of Nationalities in Nay Pyi Taw on Thursday. (Xinhua/U Aung)

เมื่อ ๖ ต.ค. ๕๙ สนข.ไทย รายงานว่า วุฒิสภาเมียนมาผ่านความเห็นชอบร่างกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ หลังจาก สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบไปเมื่อ ก.ย. ๕๙ และจะบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาชุดก่อน ขอให้ร่างกฎหมายใหม่ ที่เป็นการรวมกฎหมายการลงทุนต่างชาติปี ๒๕๕๕ และกฎหมายการลงทุนพลเรือนปี ๒๕๕๖ เนื่องจาก กฎหมายการลงทุนต่างชาติมีข้อบกพร่องหลายประการ เช่น ต้องให้คณะกรรมการการลงทุนอนุมัติข้อเสนอทุกเรื่อง ไม่มีกลไกยุติความขัดแย้ง ต้องส่งเรื่องไปยังคณะอนุญาโตตุลาการ ไม่มีนิยามทางกฎหมายเรื่องนโยบายการเงิน ในการโอนเงินสกุลตราต่างประเทศ ประเทศขาดรายได้มหาศาลจากการยกเว้นภาษีการลงทุนต่างชาติ เกิดการเลือกปฏิบัติระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับท้องถิ่น ขณะที่ กฎหมายใหม่ให้สิทธิพิเศษทางภาษี เฉพาะการลงทุนในภาคที่รัฐบาลใหม่ ให้การสนับสนุนเท่านั้น ขณะเดียวกัน เมียนมากำลังร่างกฎหมายนิติบุคคลฉบับใหม่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ย่างกุ้งด้วย ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ เมื่อ เม.ย. ๕๙ คณะกรรมการการลงทุนเมียนมา อนุมัติโครงการลงทุนต่างชาติแล้ว ๓๘ โครงการ มูลค่ารวม ๓๘๓.๘๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๑๓,๓๗๐ ล้านบาท) และหากนับตั้งแต่เมียนมาเปิดประเทศตั้งแต่ปลายปี ๒๕๓๑ จนถึง ส.ค. ๕๙ การลงทุนต่างชาติในเมียนมา มีมูลค่ารวมกว่า ๖๔,๔๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๒.๒๔ ล้านล้านบาท)