145

เมื่อ ๖ ต.ค. ๕๙ สนข.อิระวดี รายงานว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ออกแถลงการณ์ เสนอให้กลุ่มกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (Democratic Karen Buddhist Army-DKBA/พล.น.โกล้ทูลา) กลับมารวมเป็นส่วนหนึ่งของ KNU โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ซึ่งเป็นฝ่ายกองกำลังของ KNU เพื่อยุติการโจมตีของกองทัพเมียนมา เนื่องจากมีความจำเป็นอย่างมากที่ กลุ่มชนชาติกะเหรี่ยงต่างๆ ควรรวมตัวกัน ภายใต้การนำของ KNU (ชาวกะเหรี่ยงกลุ่มใหญ่ที่สุด) และแนวทางของ DKBA กำลังขัดแย้งกับ KNU อย่างไรก็ดี DKBA/พล.น.โกล้ทูลา ยังไม่ตัดสินใจตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอของ KNU ทั้งนี้ DKBA/พล.น.โกล้ทูลา เป็นกลุ่มที่แยกตัวออกจากกลุ่มกะเหรี่ยงคุณธรรมเพื่อประชาธิปไตย (Democratic Karen Benevolent Army-DKBA/พล.น.โกล้ทูบอ) มีกำลังพลประมาณ ๑๐๐ คน ปัจจุบัน ยังคงสู้รบอยู่กับกองกำลังป้องกันชายแดน (BGF) และกองทัพเมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง ด้านตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นระยะ มาตั้งแต่ต้น ก.ย. ๕๙

124

เมื่อ ๕ ต.ค. ๕๙ สนข.อิระวดี และ สนข.DVB ของเมียนมา รายงานว่า รัฐสภาเมียนมามีมติยกเลิกกฎหมายฉุกเฉิน (Emergency Provision Act) ปี ๒๔๙๓ ซึ่งอดีตรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา เคยใช้เป็นเครื่องมือปราบปรามและจับกุมกลุ่มต่อต้านและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยกฎหมายฉบับนี้ มีบทลงโทษขั้นรุนแรง คือ ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ต่อบุคคลที่บ่อนทำลายกองทัพเมียนมา และจำคุก ๗ ปี ต่อบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อประเทศ ทั้งนี้ คาดว่า จะมีการยกเลิกกฎหมายดังกล่าว จะมีผลอย่างเป็นทางการภายใน ๒ สัปดาห์ อนึ่ง เมื่อปี ๒๕๕๘ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้น เคยพยายามผลักดันให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก พรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นแห่งสหภาพและการพัฒนา (USDP/พรรครัฐบาลขณะนั้น) และผู้แทนฝ่ายกองทัพเมียนมาในรัฐสภาคัดค้าน

102

เมื่อ ๕ ต.ค. ๕๙ สนข.อิระวดี รายงานอ้างถ้อยแถลงโฆษกกลุ่มกองทัพรัฐฉานใต้ (SSA-S) ซึ่งเป็นฝ่ายกองกำลังของสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) และเป็นกลุ่มที่ลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) กับรัฐบาลเมียนมาแล้ว (เมื่อ ต.ค. ๕๘) ว่า เกิดการปะทะกันระหว่าง SSA-S กับกองทัพเมียนมา ใน จ.Mong Kung ของรัฐฉาน ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของ SSA-S หลังจาก กองทัพเมียนมาบุกเข้าทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อ ๓๐ ก.ย. ๕๙ SSA-S อ้างว่า กองทัพละเมิดข้อปฏิบัติภายใต้ NCA โดยโจมตี SSA-S และใช้ปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ของ SSA-S โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งเป็นการทำลายสันติสุขของประเทศ ในชั้นนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่สู้รบแล้ว แต่ SSA-S ยังไม่ตอบรับการพูดคุยทำความเข้าใจจากฝ่ายกองทัพ อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่มีประชาชนต้องหนีภัยจากการสู้รบกว่า ๒,๐๐๐ คน

135

เมื่อ ๔ ต.ค. ๕๙ สนข.อิระวดี รายงานว่า ชาวเมียนมาประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ประกอบด้วยผู้นำศาสนา นักวิชาการประวัติศาสตร์ นักสิ่งแวดล้อม องค์กรภาคประชาสังคม และประชาชนท้องถิ่น จัดชุมนุมประท้วงในเมืองมยิตจินา รัฐคะฉิ่น เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาใช้แนวทางการเจรจาทางการเมือง ยุติการสู้รบกับกลุ่มกองทัพคะฉิ่นอิสระ (KIA) ให้รัฐบาลเมียนมาจัดตั้งสหพันธรัฐ ให้อำนาจการปกครองตนเองแก่ชนกลุ่มน้อย รวมถึง ให้รัฐบาลระงับการดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ไว้ก่อน จนกว่าผู้หนีภัยการสู้รบชาวคะฉิ่น จะสามารถกลับคืนสู่ภูมิลำเนาได้ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงจะจัดการชุมนุมครั้งต่อไปอีกที่มยิตจินา ใน ๖ ต.ค. ๕๙ อนึ่ง การสู้รบต่อเนื่องระหว่างกองทัพเมียนมากับ KIA เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ส่งผลให้มีผู้หนีภัยการสู้รบแล้วกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน และปัจจุบัน ยังคงมีการปะทะกันป็นระยะ

60

เมื่อ ๑๑ ส.ค. ๕๙ สนข.RFA รายงานว่า การหารือเตรียมการประชุมปางโหลง แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ระหว่างคณะเจรจาสันติภาพฝ่ายรัฐบาลเมียนมา กับ ชกน. ที่ถูกกองทัพกีดกันไม่ให้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) คือ กลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (MNDAA) กลุ่มตะอาง (TNLA) และกลุ่มอาระกัน (AA) ที่เมืองลา ในรัฐฉาน เมื่อ ๙ ส.ค. ๕๙ ปรากฏว่า กลุ่ม AA TNLA และ MNDAA ปฏิเสธ ที่จะออกแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ว่า จะวางอาวุธ ก่อนเข้าร่วมการประชุมปางโหลง แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ใน ๓๑ ส.ค. ๕๙ ตามที่ กองทัพได้พยายามผ่อนปรนเงื่อนไข จากเดิมกำหนดว่าต้องวางอาวุธทั้งหมดก่อน พร้อมกันนี้ ยังร้องขอให้นางอองซาน ซูจี ช่วยเจรจากับกองทัพ เพื่อหาแนวทางให้ทั้งสามกลุ่ม สามารถเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวได้ แม้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องนี้

66

เมื่อ ๑๑ ส.ค. ๕๙ นายซ่ง เต่า ผู้แทนฝ่ายต่างประเทศ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ(๑๐-๑๔ ส.ค.๕๙) ได้เข้าพบนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ/รมว.กต.เมียนมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือ ในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม นอกจากนี้ นายซ่งฯ ยังได้พบหารือกับแกนนำ พรรค USDP และผู้นำระดับสูงด้านการทหารด้วย ขณะที่ นางอองซาน ซูจี เตรียมเยือนจีน ระหว่าง ๑๗-๒๐ ส.ค.๕๙ โดย สนข.อิระวดี ระบุว่า เป็นการเยือนจีนก่อนจะเยือนสหรัฐฯ ใน ก.ย.๕๙ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการถ่วงดุลความสัมพันธ์ของเมียนมากับจีน และฝ่าย ตต.