การประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ ๑๖

(16th ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting : ACAMM)

ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

                  การประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting : ACAMM) จัดให้มีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๓ ด้วยความริเริ่มของกองทัพบกไทย โดยมีแนวคิดว่าในโอกาสที่ผู้นำกองทัพบกของประเทศอาเซียนได้มาพบกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมพิธีปิดการทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Armies Rifle Meet : AARM) จึงเห็นว่าควรจะมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ระหว่างกัน ที่นอกเหนือไปจากพบปะกันตามพิธีทางการทูต ซึ่งแต่เดิมเป็นการระดับทวิภาคี โดยจัดเป็นกิจกรรมคู่ขนานไปกับการทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธีฯ

                 กองทัพบกจึงได้เสนอให้มีการจัดการประชุมระดับพหุภาคีขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุกประเทศ และได้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้การประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำกองทัพบกของอาเซียนทุกประเทศมีโอกาสได้มาพบปะหารือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีการจัดการประชุมต่อเนื่องกันมาแล้ว ๑๕ ครั้ง โดยในห้วงที่ผ่านมา กองทัพบกไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งที่ ๑ เมื่อปี ๒๔๔๓ และครั้งที่ ๘ เมื่อปี ๒๕๕๐ ทั้งนี้ครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๗  ได้จัดขึ้นที่ประเทศเวียดนาม

                สำหรับการประชุมในครั้งที่ ๑๖ นี้จัดการประชุม ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยผู้บัญชาการทหารบกทุกประเทศได้ตอบรับเข้าร่วมการประชุมแล้ว สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมภายใต้หัวข้อหลัก “ความพร้อมของกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในอีก ๕ ปีข้างหน้า” (The Readiness of ASEAN Armies in Response to the Challenges in the Next 5 Years.) โดยมีกำหนดการที่สำคัญ ดังนี้

             – วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน และคณะเดินทางถึงประเทศไทย เริ่มการประชุมทวิภาคี ในเวลา ๑๔๐๐-๑๗๐๐ โดยจะเป็นการหารือระหว่าง ทบ. กับ ทบ.บรูไน ทบ.ฟิลิปปินส์ กองทัพประชาชนเวียดนาม ทบ.เมียนมา และ ทบ.สิงคโปร์ และมีงานเลี้ยงต้อนรับในเวลา ๑๙๐๐

           – วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘  ดำเนินการประชุมทวิภาคีต่อเป็นวันที่ ๒ ในเวลา ๐๙๐๐-๑๑๕๐ โดยจะเป็นการหารือระหว่าง ทบ. กับ ทบ.อินโดนีเซีย ทบ.มาเลเซีย ทบ.กัมพูชา และ กองทัพประชาชนลาว หลังจากนั้น จะเริ่มการประชุมพหุภาคีใน ๑๓๓๐-๑๗๐๐ โดยในเวลา ๑๙๓๐ จะมีการจัดงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ

          – วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘  เวลา ๐๘๐๐ คณะฯ ออกเดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนเสนาธิการทหารบก และชมนิทรรศการในเรื่องบทบาทของกองทัพบกในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ หลังจากนั้น เวลา ๐๙๓๐ จะเป็นการเดินทางไปเยี่ยมคำนับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งการเดินทางไปเยี่ยมชมพระที่นั่งอนันตสมาคม จากนั้นเวลา ๑๓๓๐ คณะฯ เดินทางไป อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเข้าพัก ณ โรงแรมดุสิตธานี

           – วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๗๐๐ คณะฯ เดินทางออกจากโรงแรมดุสิตธานี เพื่อเข้าร่วมพิธีปิดการทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ ๒๕ ที่ศูนย์การทหารราบ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          – วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ คณะแต่ละประเทศเดินทางกลับ

                ทั้งนี้ในส่วนภริยาของผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น มีกำหนดการในการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและศิลปะของประเทศไทย รวมทั้งการเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการด้วย

               นอกจากกิจกรรมหลักของการประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว เพื่อให้มีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนในทุกระดับ กองทัพบกยังจัดให้มีกิจกรรมคู่ขนาน ในการจัดการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์นายทหารชั้นประทวนกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Sergeant Major Annual Meeting : ASMAM) ซึ่งมีการจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ ๕ ในหัวข้อเรื่อง “การแลกเปลี่ยนความรู้และความชำนาญของนายทหารประทวนต่อการเสริมสร้างบทบาทและความรับผิดชอบของกลุ่มประเทศอาเซียน” (Sharing Knowledge and Expertise among  the NCOs  Enhancing the ASEAN Armies Roles and Responsibilities.)

              การประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน ถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดภารกิจหนึ่ง ตามแผนแม่บทด้านการต่างประเทศของกองทัพบก และวิสัยทัศน์กองทัพบกปี พ.ศ.๒๕๖๕ คือ “เป็นกองทัพบกที่มีความพร้อม มีศักยภาพ และทันสมัย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดี เสริมสร้างความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจ ผ่านการขยายความร่วมมือที่มีอยู่กับกองทัพในกลุ่มประเทศอาเซียน อันจะเป็นการนำไปสู่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพของกองทัพบกไทยในการจัดประชุมผู้บัญชาการกลุ่มประเทศอาเซียนในครั้งนี้ ยังถือเป็นการยกระดับสถานะของกองทัพบกไทย  ซึ่งถือเป็นผู้ริเริ่มการประชุมระดับพหุภาคีนี้ ให้เดินหน้าไปสู่ก้าวสำคัญในการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในยุคเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อันจะพัฒนาไปสู่การเป็นกองทัพชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป


               The ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting (ACAMM) is held alongside the ASEAN Armies Rifle Meet (AARM). It was first held in the year 2000 under the initiation of the Royal Thai Army when General Surayud Chulanont was the Commander-in-Chief. Since the 10 ASEAN Chiefs of Army had to meet for the closing ceremony of AARM, and occasions where all the Chiefs were gathered together were rare, the concept was to utilize this opportunity to hold a mutually beneficial and creative activity between the Chiefs, which would be an addition to the bilateral meetings according to diplomatic customs.

               Therefore, the Royal Thai Army proposed and organized a multilateral meeting, with the support of all the member countries, and it has been the standard practice to hold both activities together. ACAMM has been held 15 times continuously, the previous was held in 2014, in Vietnam.

               This year, the Royal Thai Army will host the 16th ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting during 22nd – 26th November 2015. Meetings will be held between 22nd – 23rd November 2015, at the Siam Kempinski Hotel, Bangkok, with the theme for the multilateral meeting being “The Readiness of ASEAN Armies in Response to Challenges in the next 5 years” The interesting program of the 16th ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting is down below:

               – On 22nd November 2015 – The group of ASEAN Armies Chiefs will be arriving Thailand and then the bilateral meeting will start at 1400-1700 (Thai Time). The bilateral meeting on the first day will open the platform for RTA Commander-in-Chief to meet respectively in person with 1) Commander of the Royal Brunei Land Forces 2) Commanding General, Philippine Army 3) Deputy Chief of the General Staff, Vietnam People’s Army 4) Deputy Commander-in-Chief, Defence Services / Commander-in-Chief Chief, Myanmar Army and 5) Chief of Army, Singapore Armed Forces. After that there will be a welcoming reception hosted by RTA Commander-in-Chief and spouse.

               – On 23rd November 2015 – The second day of the bilateral meeting will start from 0900-1150. On this second half day will open the platform for RTA Commander-in-Chief to meet respectively in person with 1) Chief of Staff, Indonesian Army 2) Commander-in-Chief,Royal Malaysian Army 3) Deputy Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Armed Forces / Commander-in-Chief, the Royal Cambodian Army and 4) Deputy Chief of General Staff, Lao People’s Army. After that the multilateral meeting will start from 1330 to 1700 and the official dinner hosted by RTA and spouse will start at 1930.

              – On 24th November 2015 – At 0800, the group of ASEAN Armies Chiefs and other delegates will depart for Command and General Staff College (CGSC) and visit HA/DR exhibition and then depart to Ministry of Defense to pay a courtesy call on the Deputy Minister of Defence. And then the ASEAN Chiefs of Army will depart for the Ananda Samakhom Throne Hall. After that they will depart for Hua-Hin (Prachuapkhiri Khan Province) to check-in at Dusit Thani Hotel.

              – On 25th November 2015 – At 0700, the ASEAN Chiefs of Army will depart for Infantry Center to participate in 25th AARM Closing Ceremony.

              – On 26th November 2015 – The group of ASEAN Chiefs of Army and other delegates will depart from Thailand.

            Therefore, the spouse of ASEAN Chiefs of Army has the schedule to visit the historical and cultural attractions of Thailand and will attend the official dinner hosted by RTA Commander-in-Chief and spouse.

              Besides the high-level meeting of ASEAN Chiefs of Army, RTA also organized ASEAN Sergeant Major Annual Meeting (ASMAM) as a parallel forum for non-commissioned officers to be able to exchange their experiences. However, the 5th ASMAM has been held under the theme of “Sharing Knowledge and Expertise among the NCOs Enhancing the ASEAN Armies Roles and Responsibilities.”

           The ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting is one of the most significant military tasks, according to the RTA foreign affairs model and the vision of RTA which is presented as “Prepared, Potentialized and Modernized Army in Southeast Asia.” RTA focuses on the readiness and preparedness to enter ASEAN community by 2015. In order to tighten good relations, build mutual trust and understanding through the existing cooperation network among ASEAN Armies. And by doing so, it will pave a way to enter ASEAN community in more concrete form. Moreover, being the host of 16th ACAMM demonstrates the capacities of RTA in conducting the forum into new face of the history of the regional politics and security cooperation ahead of ASEAN community period.